ผมเคยเขียนเรื่องสั้น 5 ตอนจบ ชื่อ "เพื่อน" โพสต์ไว้ที่กระดานสนทนาแห่งหนึ่ง และได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดี แต่ตอนหลังเขาเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์ และต่อมาไม่นานคอมพิวเตอร์ผมก็พัง ต้นฉบับนิยายเรื่องเก่าๆ นับสิบเรื่องหายไปหมด ไม่มีสำเนาแม้แต่เรื่องเดียว เคยนึกจะเขียนขึ้นใหม่เแต่ท้อใจเขียนไม่ออก วันนี้ว่างเลยเริ่มเขียนเรื่อง "เพื่อน" อีกครั้ง แต่เนื้อเรื่องและตัวละครใหม่ไม่ซ้ำเดิมครับ

 

 

เพื่อน (Morning After)

 

1.

“เฮ้ย เอ้ ตื่นโว้ย” เสียงเรียกที่ข้างหูบวกกับแรงเขย่าหัวไหล่ทำให้คนที่นอนคลุมโปงต้องฝืนลืมตาแต่แล้วก็ต้องรีบหลับลงตามเดิมเพื่อหลบแสงจ้าที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบม่านตาอย่างจัง

“เจ็ดโมงสี่สิบห้าแล้วว่ะ มึงมีประชุมเก้าโมงไม่ใช่เหรอ”

สิ้นเสียง คนปลุกก็ผลุบกลับออกไป  ทิ้งให้คนเพิ่งตื่นค่อยๆ คลานต้วมเตี้ยมลงจากเตียง รู้สึกว่าพื้นห้องหมุนโคลง ต้องกลั้นใจก้าวเท้าทีละก้าวไปทางห้องน้ำที่อยู่ห่างไปไม่กี่ฟุตแต่ทว่าช่างไกลเหลือเกินในความรู้สึกของคนเมาค้าง

 

“เอ้า นี่”

เจ้าของบ้านส่งน้ำส้มคั้นแก้วโตให้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“เดี๋ยวกูขับรถไปส่ง”

คนเมาค้างมองดูมือตัวเองค่อยๆ เอื้อมไปจับแก้วน้ำส้มเหมือนกำลังดูฉากสโลว์โมชั่น แอสไพรินสองเม็ดหล่นจากฟากฟ้ามาสู่อุ้งมือเขาได้อย่างไร เจ้าตัวยังงงๆ แต่ก็หยิบใส่ปากแล้วกลืนน้ำส้มตามอย่างว่าง่าย นึกแปลกใจที่เพื่อนนั่งดื่มกาแฟด้วยท่าทางสบายๆ ไม่มีวี่แววของการแฮงก์โอเวอร์แม้แต่น้อยทั้งที่เมื่อคืนก็ดื่มไม่น้อยกว่าเขา

เมื่อคืน...

 

ครึ่งชั่วโมงบนถนนสายจอแจเช้านั้นเป็นครึ่งชั่วโมงที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของชายหนุ่ม แม้อาการปวดศีรษะและท้องไส้ที่ปั่นป่วนจะสงบลงบ้างแต่แขนขานั้นอ่อนเปลี้ยไม่มีแรงและร่างกายบางส่วนก็รู้สึกระบมแปลกๆ แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าไปทำอะไรให้เกิดอาการเช่นนั้น

“เมื่อคืนตูท่าจะแดนซ์กระจาย...หรือเปล่าวะ? หรือตูหกล้มตกกระได...แต่ห้องไอ้เป้งมันอยู่ชั้นล่างนี่หว่า หรือ...?”

“ค่อยๆ เดินล่ะ” เสียงเข้มๆ สำทับมาจากที่นั่งคนขับขณะที่เขาค่อยๆ ยกขาลงแตะพื้นทางเดินหน้าตึกสูงอันเป็นที่ตั้งของสำนักงาน

“เย็นนี้อย่าลืมไปเอารถที่ร้านพี่เอ็ดนะเว้ย””

จบประโยคคนพูดก็กดสวิทช์ปิดกระจกแล้วพารถเคลื่อนออกจากที่ ทิ้งให้คนเมาค้างปรือตามองบันไดหน้าตึกที่ดูเหมือนจะสูงชันกว่าปกติอย่างท้อใจ

 

“ไม่สบายเหรอเอ้”

สาวรุ่นพี่แวะทักเมื่อเห็นหน้าซีดๆ ไม่มีสีเลือดของหนุ่มจอมซ่าประจำแผนก

“นิดหน่อย ไม่ถึงตายฮะพี่” ชายหนุ่มตอบพลางยิ้มแหยๆ “กาแฟซักถ้วยก็ฟื้นแล้วฮะ”

“อย่าน็อกไปก่อนประชุมเสร็จล่ะ” หญิงสาวหยอดก่อนเดินนำไปทางห้องประชุม ปล่อยให้หนุ่มรุ่นน้องเดินกระมิดกระเมี้ยนตามหลัง ก่อนผลักประตูเข้าไปในห้อง เขาเหลือบตาสำรวจความเรียบร้อยในกระจกบานยาวบนผนังทางเดินแล้วแอบถอนหายใจโล่งอก แม้ว่าจะมีหลายคำถามอึงอลอยู่ในใจ

“เมื่อคืนตูไปนอนเตียงไอ้เป้งได้ไง...โซฟามันก็มีนี่หว่า แล้วทำไมเมื่อเช้าตื่นมาตูไม่มีผ้าติดตัวสักชิ้น...แล้ว...แล้วกางเกงลิงตูหายไปไหน จะฝากไอ้เป้งหาให้ดีมั้ยฟะ...?”