"เพื่อน...กูรักมึงว่ะ" (3)

posted on 05 Oct 2011 19:30 by winkandsmile  in Buddies
 
 
 
 
เพื่อน...กูรักมึงว่ะ
 
3.
 
 

“พี่แทนเลิกกินเหล้าแล้วเหรอคับ”

แทนหันไปมองหน้าคนถาม

“ไม่เลิกได้เหรอวะ พ่อมาคุมขนาดนี้” ว่าพลางเขกหัวเด็กชายเบาๆ แต่พูดไม่ทันขาดคำ ตัวเองก็โดนคนข้างๆ เขกหัวเอาบ้าง

“เอ้า พวกเรา กินไรกันวันนี้”

สิ้นเสียงถาม ทะโมนน้อยที่ยืนด้อมๆ มองๆ อยู่นานก็แย่งกันสั่งขนมเสียงดังลั่นเหมือนนกกระจอกแตกรัง

“ขอบคุณครับ พี่สิงห์”

เจ้าของฟันหน้าซี่ใหญ่จนได้สมญาว่า “จอบ” หันมาไหว้เจ้ามือ ทำให้อีกสองคนต้องรีบทำตาม

“เออๆ ไม่เป็นไร” สิงห์ส่งแบงค์ร้อยให้แม่ค้า พลางก้มมองกระทงขนมที่คนตักทั้งแจกทั้งแถมเต็มที่ “วันนี้แถมเยอะจังพี่”

“มึงไม่กิน กูกินเอง” แทนทำหน้าทะเล้น แต่พออีกฝ่ายปรายตามองก็รีบหลบไปข้างหลังเด็กๆ

“พี่สิงห์จะกลับบ้านเหรอคับ” เด็กชายตัวเล็กสุดในสามคนถามขึ้นระหว่างทางกลับบ้าน

“ที่บ้านโทรมาตามน่ะไอ้น้อง ได้เวลาคัดมะพร้าวส่งโรงงาน”

“บ้านพี่ทำสวนมะพร้าวเหรอคับ” 

“ทำหมดทั้งไร่ นา สวน” สิงห์บอกยิ้มๆ “ทำกันทั้งปีไม่มีวันหยุด”

“แล้วจะกลับมาอีกมั้ยคับ” คนถามทำหน้ามีความหวัง เพราะหลายวันมานี้มีคนเลี้ยงขนมทุกวัน แถมยังสอนพวกเขาเตะตะกร้อ ชู้ตบาสที่สนามเล็กของเทศบาล จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะเห่อพี่ชายคนนี้ยิ่งนัก

“ถ้าไม่มีปัญหาอะไร อีก 2-3 วันจะมาใหม่”

คำตอบทำให้คนฟังยิ้มแป้นทั้งสี่คน สิงห์ชายตามองเพื่อนแล้วแอบโล่งใจ ใบหน้าไร้หนวดเคราของแทนดูอ่อนเยาว์แจ่มใส ผิดกับวันที่เขามาอย่างลิบลับ เพื่อนรุ่นเยาว์ทั้งสามกลับบ้านไปแล้ว สองหนุ่มจึงขึ้นไปนั่งรับลมที่ระเบียงชั้นสองของห้องแถว

“พรุ่งนี้มึงจะออกกี่โมง” แทนถามเบาๆ

“หกโมง” สิงห์ถาม พลางควานหาบุหรี่ในกระเป๋ากางเกง พอแน่ใจว่าไม่มีก็หันไปส่งสายตาดุๆ

“เอาบุหรี่กูไปซ่อนอีกล่ะสิ” เขาแบมือไปทางเพื่อน “เอามาซะดีๆ กูเบื่อแล้วนะมุขนี้”

 “มึงรู้-“

“เออสิวะ จะมีใครอีกนอกจากมึง”
“โธ่ เว้ย” แทนส่งบุหรี่ที่ซ่อนไว้ให้เพื่อนแต่โดยดี “แล้วก็ทำเฉยมาจนป่านนี้อ่ะนะ สุดๆ ว่ะมึงนี่”

“มีอะไรมั่งเกี่ยวกับมึงที่กูไม่รู้ แต่บางเรื่องมันไม่จำเป็นต้องพูด”

แทนนิ่งเงียบ น้ำเสียงของเพื่อนทำให้เขานึกถึงสมัยเรียน สิงห์จะเดือดดาลทุกครั้งที่เขามีเรื่องตีรันฟันแทงเพราะ “รักเพื่อน” ตามประสาวัยรุ่นใจร้อน เทอมสุดท้ายของการเรียน เขาทำตัวเป็นฮีโร่ยอมเจ็บแทนไอ้ตี๋ เพื่อนลูกเศรษฐีที่สิงห์ไม่เคยชอบขี้หน้าแม้แต่น้อย เมื่อเขากลับถึงบ้านในสภาพคิ้วแตก ตาเขียวช้ำ ก็โดนสิงห์ด่าเสียยกใหญ่ เขาโพล่งออกไปว่า “ไอ้ตี๋มันก็เพื่อน กูจะปล่อยให้เพื่อนโดนรุมได้ไง” ทำให้สิงห์โกรธจัดจนเขาเข้าหน้าไม่ติดไปหลายวัน

“ตอนนั้นถ้ากูฟังมึงเรื่องไอ้ตี๋...”

“เรื่องมันผ่านไปแล้วเพื่อน ตอนนี้มึงก็รู้เช่นเห็นชาติมันแล้ว ที่ผ่านมานึกซะว่าซื้อบทเรียนก็แล้วกัน”

“บทเรียนกูแต่ละบท แพงๆ ทั้งนั้น” แทนหัวเราะขื่นๆ “เพื่อนเก่า เมียรัก ไม่นึกว่าจะทำกับกูได้”

สิงห์อัดบุหรี่เข้าปอด สีหน้าของคนข้างๆ ทำให้เขารู้สึกคอหอยตื้นตันไปหมด

“แต่ก็ดีเหมือนกัน” แทนพึมพำ “ในเมื่อเขาไม่ได้รักกูจริง ทนอยู่ด้วยกันต่อไปมันก็เปล่าประโยชน์ คนจนอย่างกูไม่มีค่าพอ...”

“แทน มึงอย่าคิดอย่างงั้น” สิงห์บอกขรึมๆ “ความรวย ความจนวัดค่าของคนไม่ได้ มึงแค่ให้ใจกับคนผิดคนเท่านั้น เชื่อกูสิว่ามีคนที่เห็นความดีในตัวมึง รักมึงอย่างที่มึงเป็น แต่มึงมองไม่เห็นความรักของเขา”

อะไรบางอย่างในน้ำเสียงของเพื่อนทำให้แทนต้องหันไปมอง ตาสองคู่สบกัน แทนขยับจะพูดแต่ไม่มีถ้อยคำเล็ดลอดจากปาก

“เฮ้ย ฝนมาแล้ว” สิงห์ผุดลุกขึ้นยืน “ปิดหน้าต่างเร็ว กูจะไปเก็บผ้า”

แทนเผ่นเข้าห้องไปปิดหน้าต่าง กว่าจะลงไปถึงชั้นล่าง ฝนก็กระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา สิงห์หอบผ้าเข้ามาในสภาพหัวหูเปียกปอน แต่เสื้อผ้าในอ้อมแขนแทบไม่เปียกเลย สองคนทิ้งตัวลงนั่งพิงพนักโซฟาหวาย เมื่อหัวใจเต้นเป็นปกติจึงช่วยกันพับผ้าโดยไม่มีใครพูดอะไร

“พรุ่งนี้ไม่ต้องลุกมาส่งกูนะ” สิงห์บอกทีเล่นทีจริง

“ใครบอกว่ากูจะลุก” แทนตอบอุบอิบ ไม่รู้เหมือนกันว่าอยู่ๆ ทำไมใจมันหวิวๆ “ฝนตกน่านอนขนาดนี้”

สิงห์ผงกหัวแล้วเดินเข้าห้องไป ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนคิดอะไรอยู่คนเดียวท่ามกลางเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคา

แต่รุ่งสางวันต่อมา คนที่บอกว่าจะไม่ลุกมาส่งก็ไปยืนโบกมือตามหลังรถปิคอัพเพื่อนจนลับตา ก่อนจะกลับเข้าบ้านด้วยใจโหวงเหมือนอะไรบางอย่างหลุดลอยตามรถคันนั้นไป...

 

ฝนตกอีกแล้ว... ตกได้ตกดี จะตกไปถึงไหนกันวะ

แทนบ่นในใจพลางเอนตัวลงนอนบนโซฟาหวาย ใจเหี่ยวเมื่อนาฬิกาข้างฝาตีบอกเวลาสี่ทุ่ม

ไอ้สิงห์ ไหนมึงบอกว่าไปแค่ 2-3 วันไง ไหงหายไปเลยอย่างงี้วะ... 

สมองคิดฟุ้งซ่านเรื่อยเปื่อย ป่านนี้เพื่อนคงเสร็จจากงาน อาบน้ำ กินข้าว สบายใจไปแล้ว พอหัวถึงหมอนก็คงหลับปุ๋ย ไม่รับรู้ว่าคนไกลรออยู่...

เสียงฝนตกดังจั้กๆ กล่อมจนแทนเคลิ้มหลับไม่รู้ตัว มาสะดุ้งเพราะเสียงเคาะประตูหน้าบ้านรัวถี่

“เฮ้ย ทำไมเปียกงี้”

แทนร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นสภาพของเพื่อน พอชะเง้อมองข้ามไหล่สิงห์ก็เห็นรถกระบะจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ก็ฝั่งนี้เขาห้ามจอดนี่หว่า กูเลยต้องไปจอดฝั่งโน้น”

“ขึ้นข้างบนไป เดี๋ยวกูเอาผ้าเช็ดตัวให้”

แทนวิ่งขึ้นบันไดนำหน้าเพื่อน คว้าผ้าเช็ดตัวสำรองในตู้ได้ก็รีบเดินเข้าห้องติดกันที่ยกให้สิงห์นอน อากาศเย็นลงอย่างรวดเร็วเพราะสายฝน แต่ร่างสูงใหญ่ในกางเกงในตัวเดียวกลับยืนเฉยเหมือนไม่รู้สึกรู้สมกับสภาพอากาศ

“เอ้า นี่”

 แทนส่งผ้าเช็ดตัวให้เพื่อน สิงห์รับไปพาดไหล่ แต่ไม่มีท่าทีร้อนใจกับความเปียกของร่างกาย

“เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอกว้า” แทนจุ๊ปากอย่างไม่ได้ดังใจ เอื้อมมือไปดึงผ้าจากมือเพื่อน แต่คนตัวเปียกกลับฉุดเขาเข้าไปใกล้

“เฮ้ย อย่ามาทำกูเปียก...” แทนโวยวาย แต่อีกฝ่ายนอกจากจะไม่ปล่อยแล้วยังดึงร่างเขาเข้าไปชิดจนรู้สึกถึงไอตัวอุ่นจัดผ่านผืนผ้าบางๆ ที่เป็นปราการด่านสุดท้ายระหว่างสองร่าง

“สิงห์...” แทนเรียกชื่อเพื่อนเสียงแผ่ว

“กูรักมึงนะแทน” ปากอุ่นๆ ของสิงห์แนบชิดข้างหูเขา “มึงล่ะ รักกูบ้างไหม”

“กู...” แทนรู้สึกเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ สัญชาตญาณบอกให้คว้าอะไรก็ได้ไว้ให้มั่น “สิงห์... กู..."

สิงห์กอดร่างที่สั่นเทิ้มไว้แน่น

“กูอยู่นี่เพื่อน ไม่ต้องกลัว กูกับมึงทิ้งกันไม่ได้อยู่แล้ว”

แทนยกแขนโอบรอบคอเพื่อน ความเหนื่อยหนักทั้งหลายที่ต้องแบกรับเพียงคนเดียวมาเนิ่นนานโบยบินไปจากกายและใจ เหลือไว้เพียงความรู้สึกเหมือนได้กลับถึงบ้านหลังการเดินทางอันยาวนาน

“มึงสัญญานะ...”